เคยสงสัยไหม ประกันชั้นเดียวกัน แต่ทำไมราคาต่างกัน แบบไหนคุ้ม

จะมีรถยนต์ส่วนตัวสักคันนอกจากจะมีเงินก้อนหรือเงินผ่อนจ่ายแล้ว เงินสำรองสำหรับค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าจิปาถะก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน และอีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้นั่นคือการทำ ‘ประกันยนต์’ จะชั้น 1 ชั้น 2+ หรือชั้นไหน ๆ ก็ว่ากันไปตามกำลังจ่ายและตามความเหมาะสม

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นเดียวกัน ทำไมราคาถึงต่าง

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) กันก่อน ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของการทำประกันที่คุณสามารถเลือกความคุ้มครองได้ด้วยตนเองตามความเหมาะสม ที่จะตกลงร่วมกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกันภัย) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) ที่สามารถดำเนินการได้ด้วยควาสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับตามกฎหมาย

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นเดียวกัน ทำไมราคาถึงต่าง?
ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นเดียวกัน ทำไมราคาถึงต่าง?

โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 2+ 3+ และ 3 ที่มีสิทธิในการคุ้มครองรถและคนแตกต่างกัน แต่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงเลือกซื้อประกันชั้นเดียวกัน แต่ทำไมราคาต่างกัน วันนี้เรามีข้อสรุปแบบเข้าใจง่ายมาฝาก

ราคาอาจต่างกันเพราะโบรกเกอร์?

ปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าการเลือกซื้อประกันรถยนต์เป็นอะไรที่ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะเลือกซื้อผ่านออนไลน์ เลือกซื้อผ่านบริษัทประกันภัยโดยตรง หรือจะเลือกซื้อผ่านโบรกเกอร์ที่เป็นตัวกลางระหว่างบริษัทประกันภัยรถยนต์กับเจ้าของรถยนต์ ที่ไม่ได้สังกัดอยู่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง โบรกเกอร์จึงสามารถทำตารางเปรียบเทียบและนำเสนอประกันภัยหลาย ๆ บริษัทให้ตรงตามกำลังซื้อประกันภัยของเจ้าของรถยนต์ได้ นั่นเลยเป็นสาเหตุแรกที่ทำให้ราคาประกันภัยชั้นเดียวกันมีความต่างกัน อีกทั้งโบรกเกอร์ยังมีฐานลูกค้าเยอะ เลยทำให้สามารถต่อรองราคากับบริษัทประกันภัยให้ถูกลงได้ดีกว่าการที่เจ้าของรถไปพูดคุยกับบริษัทประกันโดยตรงนั่นเอง

อีกทั้ง การซื้อประกันรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์ยังทำให้ผู้ซื้อเห็นข้อดีและข้อด้อยของบริษัทแต่ละเจ้าได้ง่ายขึ้น แต่ความเสี่ยงอย่างหนึ่งของการเลือกซื้อประกันภัยจากโบรกเกอร์ คือคุณจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลของบริษัท หรือข้อมูลของตัวแทนขายประกันให้ดีเสียก่อน เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพได้

อะไรเป็นสาเหตุทำให้ประกันรถยนต์ชั้นเดียวกันราคาต่างกันอีก?

นอกจากเบี้ยประกันที่ต่างกันจะมาจากการเลือกซื้อผ่านโบรกเกอร์แล้ว ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่เป็นเหตุผลทำให้ราคาประกันรถยนต์มีความต่างกันอีก ดังนี้

ลักษณะการใช้รถ

  • เนื่องจากรถส่วนบุคคล รถรับจ้าง รถให้เช่า รถเพื่อการพาณิชย์ และรถบรรทุก มีรูปแบบการใช้งานและมีความเสี่ยยงภัยไม่เท่ากัน นั่นเลยทำให้การคิดเบี้ยประกันรถยนต์ต่างกันนั่นเอง

อายุของผู้ขับขี่

  • ส่วนใหญ่แล้วกรมธรรม์ทั่วไปจะมีทั้งแบบระบุชื่อผู้ขับขี่และไม่ระบุชื่อ โดยกรมธรรม์แบบระบุชื่อจะมีราคาเบี้ยที่ถูกกว่า แต่จะคุ้มครองแค่เฉพาะกรณีที่บุคคลตามชื่อในกรมธรรม์เกิดเหตุเท่านั้น ที่สำคัญหากอายุยิ่งน้อยราคาก็จะยิ่งแพง เนื่องจากวัดจากประสบการณ์ในการขับขี่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง และการระบุชื่อก็จะทำให้เบี้ยประกันต่างกันด้วย ได้รับส่วนลด และถูกกว่าแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
อะไรเป็นสาเหตุทำให้ประกันรถยนต์ชั้นเดียวกันราคาต่างกันอีก
อะไรเป็นสาเหตุทำให้ประกันรถยนต์ชั้นเดียวกันราคาต่างกันอีก

ตัวเลือกของการคุ้มครองในกรมธรรม์

  • ค่าใช้จ่ายในการรับผิดชอบต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกของแต่ละบริษัทจะต่างกัน บางแห่งให้ 5,000,000 บาท หรือบางบริษัทให้ 10,000,000 บาท นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ดอกเบี้ยต่างกัน นอกจากนี้กรณีของการรับผิดชอบอาการบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลของคนในรถ รวมไปถึงการประกันตัวของผู้ขับขี่ในคดีอาญา ข้อนี้จึงต้องอ่านรายละเอียดให้ดี เพราะแต่ละบริษัทฯ จะให้สิทธิการคุ้มครองและเบี้ยประกันที่แตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงค่าความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) และการซ่อมรถเมื่อต้องเคลม หรือการซ่อมในอู้ที่เป็นเครือของบริษัทก็จะช่วยให้เบี้ยจ่ายมีราคาที่ย่อมเยากว่า ไม่ต้องรอคิวนาน และบางที่ก็ยังมาพร้อมกับช่างฝีมือดี

ทั้งหมดนี้เป็นคำถามสำคัญว่าประกันชั้นเดียวกัน แต่ทำไมราคาต่างกันที่เรานำมาฝาก ซึ่งเข้าใจแบบง่าย ๆ ก็คือประกันภัยแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันในส่วนของเงื่อนไขรับผิดชอบเป็นส่วนใหญ่ ประโยชน์และความคุ้มค่า เลยทำให้เบี้ยจ่ายมีความต่างกันนั่นเอง แม้ว่าประกันภัยรถยนต์จะซื้อง่ายไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ออนไลน์ ซื้อตรงกับบริษัทฯ หรือโบรกเกอร์ แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ๆ ให้น่าเชื่อถือมากที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.